บทที่ 5 งิ้วโรงใหญ่
ซึ่งสถานการณ์ยามนี้ ชวนให้ตึงเครียดเป็นอย่างมาก
“อย่าคิดทำร้ายข้าเชียว พวกท่านก็รู้ เหลาอาหารเถื่อนของข้า ปรุงอาหารชนิดใดได้บ้าง”
“นังหญิงสารเลว หมายความว่า เจ้าวางยาคุณชายเยี่ยงนั้นหรือ” กงกงเป็นเดือดเป็นแค้น และเขาคิดว่า ทั้งหมดนี้หากเกิดเหตุร้ายกับบุรุษผู้นั้น หัวเขาคงไม่อาจอยู่บนบ่า
“หึ ๆ ๆ เปล่า ของที่ข้าทำ เพื่อบุรุษผู้นั้นล้วนประเสริฐที่สุด แต่ยาพิษที่ข้ากล่าวถึง กลับผสมในบ่อที่พวกเจ้าดื่มกันต่างหาก!”
สิ้นคำพูดนั้น กงกงก็เตรียมใช้มีดปลายแหลมแทงเข้าลำคอระหงของเหลียงม่านฉี
“เอาซี... หากข้าตาย พวกเจ้าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวัน!”
เมื่อสิ้นคำพูดเหลียงม่านฉี ด้านนอกเรือนหลังเล็กกลับมีเหตุการณ์ที่ชวนให้ตื่นตระหนก
“ไฟไหม้ เร็ว ทุกคนช่วยกันดับไฟ”
ขันทีเฒ่าไม่คิดเสียเวลาจัดการเหลียงม่านฉี เขาสั่งให้สาวใช้ และขันทีน้อยป้อนน้ำแกงนางเสีย
“เอาล่ะ ถ้านางขัดขืน เจ้าทั้งสองคนรู้วิธีจัดการใช่ไหม”
สิ้นคำพูดดังกล่าว กงกงก็ก้าวออกจากห้องเล็กๆ และดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เหตุไฟไหม้ แต่มีผู้มุ่งร้ายกำลังบุกเข้ามาด้านในเรือนรับรองหลังบนเขาสูง
ขันทีน้อยเชื่อฟังคำสั่งกงกงอย่างที่สุด เขาเลยบังคับให้เหลียงม่านฉีดื่มน้ำแกงขี้เถาเสีย แต่นางดิ้นแรงๆ จนปัดถ้วยในมือขันทีหล่นแตกบนพื้น
“เจ้ากล้าทำเรื่องเช่นนี้ อยากตายมากใช่ไหม”
“ฮึ ลองดูว่าข้ากับพวกเจ้าใครจะได้ตายก่อนกัน” เอ่ยจบ เหลียงม่านฉีจึงเคลื่อนตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว จุดหมายนางคือ ย่ามของนาง เมื่อล้วงเอาขวดเล็กๆ ออกมาได้ นางก็เปิดจุกที่ปิดไว้ออก ยามนั้นกลิ่นหอมแปลกประหลาดลอยอบอวลในห้อง
“พวกเจ้าจะไม่ตายง่ายๆ หรอก ยังต้องทรมานอีกหลายชั่วยาม และกลิ่นของน้ำมัน จะกระตุ้นน้ำที่พวกเจ้าดื่ม ให้ออกฤทธิ์เร็วขึ้น”
สาวใช้ตื่นกลัวมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“แม่นาง พวกข้าก็เป็นเพียงแค่บ่าว อย่าได้คิดฆ่ากันให้ตายอย่างทรมานเลย”
เหลียงม่านฉี ไม่ได้จับมีดฆ่าคนก็จริง แต่นางวางยา และปรุงอาหารที่มีพิษร้าย นี่คือความสามารถที่นางมีไว้ป้องกันตน ยามเจอเรื่องขับขัน
“เยี่ยงนั้น ข้าให้ทางเลือกเจ้าสองคน บอกทางออกที่ปลอดภัยแก่ข้า...แล้วพวกเจ้าก็กินยาเม็ดนี้เข้าไป จากนั้น จงไปหาที่ซ่อนตัว ยาจะออกฤทธิ์ทำให้สลบ เมื่อฟื้น พวกเจ้าจะไม่มีพิษใดตกค้างในร่างกายอีก”
ขันทีน้อยมีท่าทีไม่เชื่อเหลียงม่านฉี เขาถูกฝึกมาทำงานชั่วๆ ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ
“ข้ายังตายไม่ได้ หากยังตามหา แท่งหยกที่ตาเฒ่าหมอชาวบ้าน มันตอนข้าและเก็บซ่อนเอาไว้ไม่พบ”
“ที่แท้ เจ้าก็เป็นขันที!”
เหลียงม่านฉี เอ่ยคำนั้น และขันที กับนางกำนัล ต่างหน้าซีดเผือด
“ได้โปรด อย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ มิเช่นนั้น พวกข้าทั้งสองคนคงได้ตายอยู่ที่นี่”
ดวงตากลมโตหรี่ลง และใบหน้าของเหลียงม่านฉีปรากฏรอยยิ้มที่หากผู้ใดเห็น คงต้องขนลุก
“ฮึ รีบตอบข้ามา คุณชายของพวกเขามีนามว่าเยี่ยงไร?”
ห้าวันต่อมา
เหลียงม่านฉีกลับมายังเหลาเถื่อนของตนอย่างเงียบเฉียบ ซึ่งเป็นยามหัวค่ำในคืนที่หลังฝนตกหนัก นางต้องโทษตัวเองที่รับงานซึ่งเสี่ยงอันตรายเกินตัว จนเกือบเสียชีวิต ซึ่งครั้งนี้เหนื่อยกายเป็นอย่างมาก และเงินค่าจ้างยังไม่ทันตกถึงมือด้วยซ้ำ
หากโชคยังดีที่นางได้ป้ายหยกที่แกะสลักเป็นลายต้นฝูซางของบุรุษผู้นั้นติดมือมาด้วย รวมถึงตำลึงทองที่เขามอบให้เป็นของรางวัลที่นางใช้ปากกับขาที่สามอันกราดเกรี้ยว จนคนตัวโตเสร็จสมไปถึงสามครั้งติดๆ กัน
“อย่างที่บอก ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม รับตำลึงทองพวกนี้ไปก่อน เดี๋ยวจะให้พ่อบ้านจัดงานเงินให้เป็นสองเท่าตามตกลงกันไว้”
เหลียงม่านฉี วาดฝันถึงสิ่งที่จะได้รับ เงินจำนวนดังกล่าวย่อมทำให้นางไปอยู่ในที่สบายๆ และเปิดเหลาอาหารเลื่องชื่อ สร้างกำไรมหาศาลในภายภาคหน้า โดยไม่ต้องซ่อนตัวอยู่ในถนนสายโลกีย์อีกต่อไป
“หากคุณชายอยากเรียกใช้ข้าอีกเมื่อใด ผู้น้อยยินดีปรนนิบัติอย่างเต็มที่” ตัวนางหวังเพียงแค่เงิน แน่นอน เหลียงม่านฉีไม่อยากฝันให้สูงว่า เขาจะรับนางเป็นสาวใช้ห้องข้าง หรืออนุในบ้าน
“ข้าคิดว่า เจ้าย่อมมีโอกาสนั้น หรือหากเจ้า คิดถึงข้ามากจนอดใจไม่ไหว จงนำป้ายหยกนี้แจ้งกับหอสื่อสาร ของสำนักวิหคทองคำ แล้วพวกเขาจะนำเจ้าไปพบข้า”
เขาบอกนาง และกอดร่างนุ่มนิ่มด้วยความสิเน่หา
